OverTrade คืออะไร? (ควรรู้หากไม่อยากล้างพอร์ต)

OverTrade คืออะไร 1

บทความนี้เรามาทำความรู้จัก OverTrade สาเหตุหลักของการล้างพอร์ตหรือการขาดทุนจนเหลือ 0 เพื่อที่คุณจะได้หลีกเลี่ยงการ OverTrade ได้นั่นเอง

รับโบนัส 140 USD เลยคลิก 400x400 1

ดูเป็นคลิปกดด้านล่างเลย

YouTube video

OverTrade คืออะไร

OverTrade คือการเทรดแบบเกินพอดี ซึ่งจะมีด้วยกัน 2 แบบคือ การเทรดด้วย Lot Size ที่สูงจนเกินไป และการเทรดบ่อยจนเกินไป โดยมักเกิดจากการอยากได้กำไรเยอะๆในเวลาสั้นๆ หรืออยากได้เงินที่ขาดทุนไปกลับมาไวๆ ซึ่งผลลัพธ์ของการ OverTrade มักจะจบด้วยการล้างพอร์ตหรือการขาดทุนจนเหลือ 0

OverTrade คืออะไร

ผลเสียของการ OverTrade

  1. ทำให้ล้างพอร์ต (ขาดทุนจนเหลือ 0) ได้ง่าย
  2. ทำให้ไม่มีเวลาว่างไปทำอย่างอื่น เพราะนั่งเฝ้ากราฟทั้งวัน
  3. ทำให้หงุดหงิด เครียด หดหู่
  4. ทำให้มีโอกาสขาดทุนได้สูง เนื่องจากการ OverTrade มักเกิดกับมือใหม่ที่ไม่ได้วางแผนการเทรดที่ดีก่อนเข้าออเดอร์

ลักษณะอาการของคนที่ OverTrade

  1. หงุดหงิดเมื่อขาดทุน รู้สึกอยากเอาคืนไวๆ
  2. เทรดมั่วๆ โดยไม่มีระบบการเทรด
  3. ใส่ Lot Size มั่วๆ โดยไม่มีการคำนวณ Lot Size
  4. นั่งเฝ้ากราฟทั้งวัน
  5. เปลี่ยนระบบการเทรดไปเรื่อยๆ
  6. เปิดออเดอร์เยอะ โดยเหตุผลที่เข้าออเดอร์ในแต่ละออเดอร์นั้นแตกต่างกันออกไป

สาเหตุของการ OverTrade

1.ไม่คำนวณ Lot Size ก่อนเทรด

หากแต่ละครั้งที่คุณเทรดคุณกรอก Lot Size แบบมั่วๆ โดยนึกตัวเลขเอาเอง ก็แปลว่าคุณมีโอกาสสูงที่กำลัง OverTrade อยู่

2.ไม่มีระบบการเทรด

หากทุกวันนี้คุณกำลังเทรดอยู่แบบมั่วๆ ไม่ได้มีระบบเทรดที่สามารถทำซ้ำและวัดผลลัพธ์ได้ แปลว่าคุณเข้าข่ายการ OverTrade

เนื่องจากหากคุณไม่มีระบบเทรดแปลว่าคุณสามารถเปิดออเดอร์ได้ทั้งวันโดยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรดไปเรื่อยๆ ซึ่งมันก็จะวัดผลการเทรดไม่ได้เลยว่าการที่คุณได้กำไรนั้นมันมาจาก Indicator หรือรูปแบบการเทรดอันไหน

วิธีแก้การ OverTrade

สาเหตุหลักของการ OverTrade คือการเทรดด้วย Lot Size ที่สูงจนเกินไป และการเทรดบ่อยจนเกินไป ซึ่งแก้ได้โดยการคำนวณ Lot Size ก่อนเทรดและการหาระบบเทรดที่ทำกำไรได้

1.คำนวณ Lot Size ก่อนเทรด

หากคุณคำนวณ Lot Size ก่อนการเทรดมันก็จะแก้ปัญหาการ OverTrade แบบเปิดออเดอร์โดยใช้ Lot Size สูงเกินตัวไปได้แบบ 100%

1.1.หาจำนวนเงินที่ขาดทุนได้ในแต่ละออเดอร์

ก่อนอื่นคุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าคุณรับความเสี่ยงได้ขนาดไหน

  • เสี่ยงต่ำ: ขาดทุนแต่ละครั้งคิดเป็น 1 % ของเงินลงทุน
  • เสี่ยงกลาง: ขาดทุนแต่ละครั้งคิดเป็น 5 % ของเงินลงทุน
  • เสี่ยงสูง: ขาดทุนแต่ละครั้งคิดเป็น 10 % ของเงินลงทุน
ระดับความเสี่ยงในการเทรด forex

เช่น ในตัวอย่างนี้ผมรับความเสี่ยงได้สูง คือขาดทุนแต่ละครั้งคิดเป็น 10 % ของเงินทุน

สมมุติผมมีทุน 100 USD

ก็นำ 100 x 10 % = 10

จำนวนเงินที่ขาดทุนได้ในแต่ละออเดอร์

1.2.หาว่าจะตั้ง Stop Loss (SL) ที่กี่จุด

เช่น ตัวอย่างนี้ผมจะเปิดออเดอร์ BUY คู่เงิน EURUSD ที่ราคา 1.10360 และจะตั้ง Stop Loss (SL) ที่ 1.09774

ก็นำ 1.10360 – 1.09774 = 0.00586

ก็คือจะตั้ง Stop Loss (SL) ที่ 586 จุดนั่นเอง

(ดูวิธีนับจุด→ วิธีนับจุด Forex)

จะตั้ง stop loss forex กี่จุด

1.3.คำนวณ lot forex ที่เหมาะสม

สูตรคำนวณ lot forex ที่เหมาะสม = จำนวนเงินที่ขาดทุนได้ในแต่ละออเดอร์ ÷ จะตั้ง Stop Loss (SL) ที่กี่จุด

เช่น จำนวนเงินที่ขาดทุนได้ในแต่ละออเดอร์ของผมคือ 10 USD และผมจะตั้ง Stop Loss 586 จุด

จะได้ lot forex ที่เหมาะสม = 10 ÷ 586

= 0.017064

หากได้ทศนิยมมากกว่า 2 ตำแหน่งให้ตัดทิ้ง เอาแค่ทศนิยม 2 ตำแหน่งแรกเท่านั้น

จากตัวอย่างนี้จะได้ lot forex ที่เหมาะสมคือ 0.01 นั่นเอง

คำนวณ lot

2.หาระบบเทรดที่ทำกำไรได้

หากคุณมีระบบเทรดที่ดีที่สามารถใช้ทำกำไรได้ ก็จะช่วยให้คุณไม่ซื้อๆขายๆบ่อย

เนื่องจากคุณจะเปิดออเดอร์เฉพาะตอนที่เงื่อนไขการเปิดออเดอร์ตรงกับระบบเทรดของคุณเท่านั้น

ช่วยแก้ปัญหาการเปิดออเดอร์บ่อยๆ ความหงุดหงิดอยากได้เงินคืน และลดเวลาในการเฝ้ากราฟทั้งวัน

ซึ่งระบบเทรด Forex นั้นก็มีเยอะมาก โดยคำแนะนำในการเลือกระบบเทรดก็คือ

ให้คุณเข้า Google, YouTube แล้วพิมพ์คำว่า “ระบบเทรด Forex”

ก็จะมีคนสอนระบบเทรดต่างๆไว้มากมาย

ต่อมาให้คุณนำระบบเทรดนั้นไปทดลองเทรดในบัญชีทดลอง (Demo Account) อย่างน้อยสัก 10 ออเดอร์

ถ้าหากผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคือกำไร คุณก็สามารถนำระบบการเทรดนั้นไปใช้ในบัญชีเงินจริง (Real Account)

มีคำถาม? ติดต่อเราเลยทาง LINE

กดเพื่อติดต่อเราทางไลน์

หรือแอดที่ไลน์ไอดี: @467ulsnr

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น